1419736023-1061550473-o[1]

ในแผ่นดินชวามีกษัตริย์ที่สืบเชื้อสายจากเทพเจ้าหรือที่เรียกว่าวงศ์อสัญแดหวาอยู่สี่เมืองได้แก่ กุเรปัน ดาหา กาหลัง และสิงหัดส่าหรี ในจำนวนนี้เมืองกุเรปันมีพระโอรสคือระเด่นอิเหนา มีความหล่อเหลาสง่างามมาก ส่วนเมืองดาหามีพระธิดาชื่อบุษบาก้าโหละ มีสิริโฉมงดงามมากเช่นกัน พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายจับให้หมั้นกันแต่เด็ก

Read More →

กิระดังได้สดับมาถึงเรื่องราวอันพิสดารเหลือพรรณาของท่านดาโต๊ะ
หลังจากมีข้าศึกมาประชิดเมือง ทำให้อิเหนาพลาดโอกาสจับกำบูจินตะหราพูนลาภยาราไนก้า ท้าวเธอจำต้องกลั้นพระอัสสุชล ถือพระแสงกริชกาละมิตานี ขี่มหาอาชาไนยรังคะรังคิตออกปกป้องแผ่นดิน

ลับหลังอิเหนานั้น ก้าโหละนาหวัง และนิลวาตีเห็นเป็นโอกาสจึงเข้าไปผลัดกันกันยั่วยวนกำบูจินตะหรา เรียกให้มาเปิดคอนเสิร์ตในวัง พร้อมกับประทานทรัพย์สมบัติต่างๆมากมาย หวังเอากำบูรูปงามมาเป็นชู้รัก กำบูจินตะหราก็เพียงเซิ้งลูกทุ่งไปตามหน้าที่ แต่มิได้แสดงอาการรักตอบพวกนางเลย
เมื่ออิเหนาปราบศัตรูเสร็จ ได้ลูกสาวศัตรูที่เป็นตัวประกอบเจือจางจนผมขี้เกียจเขียนชื่อมาเป็นเมียอีกสองคน จึงกรีฑาทัพกลับเมืองกาหลัง

Read More →

เมื่ออิเหนายกไพร่พลมาถึงเมืองกาหลัง (อยู่ในเครืออสัญแดหวา) แล้วก็ตั้งปะสังคราหันพักไว้ กิตติศัพท์ความหล่อของระเด่นหนุ่มแพร่กระจายไปทั่ว จนระตูกาหลังมีความสงสัยว่าจะมาดีหรือร้าย จึงแต่งขบวนออกพบ

หากเมื่อได้พบอิเหนาและซึมซับออร่าความหล่อแล้ว ระตูกาหลังให้ปลาบปลื้มใจยิ่งนัก จึงออกปากรับอิเหนาเป็นบุตรบุญธรรม โดยมิได้ถามไถ่ความเป็นมา ส่วนอิเหนาก็กั๊กไม่ยอมบอกความจริงว่าเป็นญาติกัน ไม่รู้เพราะอะไร

Read More →

หลังจากอิเหนาทราบจากมหาเดหวีว่า แท้แล้วปันหยีสะมิหรังนั้นหาใช่ใครไม่ นอกจากคู่ตุนาหงันของตนเอง ท้าวเธอก็ให้มีจิตพิศวาสกลัดกลุ้มรุมเร้า ด้วยเห็นจินตะหราซึ่งมีความสับสนทางเพศนี้เหมาะสมกับตนยิ่งนัก

Read More →

ข้างฝ่ายเมืองดาหา เมื่ออาหยังได้แต่งงานกับอิเหนาแล้วก็ให้รื่นเริงบันเทิงฤดียิ่งนัก ถึงแก่กลิ้งไปมารอบอิเหนามิได้ขาด ส่วนอิเหนานั้นกลับเบื่อหน่าย ด้วยท้าวเธอชอบผู้ชายหาชอบผู้หญิงแด๊ดแด๋ไม่ สักพักพอเบื่อมากๆก็ต้องหยิบผ้ารัดตัวปันหยีสะมิหรังขึ้นมาดมฟืดหนึ่ง พอให้หายคิดถึง
อาหยังสังเกตว่าสามีเมินตน อุตส่าห์แต่งหน้าทาปาก ใส่เสื้อผ้าสวยๆมายั่ว แต่อิเหนาก็ยังเฉย ในที่สุดนางจึงต้องไปกลิ้งใส่เสด็จแม่ลิกู เพื่อขอให้ชี้ทางสว่าง

Read More →

มาจะกล่าวบทไปตามเรื่องเล่าพิสดารของดาโต๊ะ (ท่านอาจารย์) เมื่อระเด่นอิเหนาทราบข่าวสินสอดทองหมั้นซึ่งส่งไปสู่ขอก้าโหละจินตะหรา กลับถูกกะละหนา ปันหยี สะมิหรังช่วงชิงไปสิ้น หทัยท้าวเธอก็ให้นึกพิโรธนัก จึงหยิบพระแสงกริชคู่กายนามกาละมิตานี ขึ้นควบม้าคู่ใจนามมหาอาชาไนยรังคะรังคิต กะเกณฑ์ไพร่พลยกออกไปกำราบเสี้ยนแผ่นดิน

Read More →

หลังจากจินตะหราถูกพ่อและเมียน้อยกดขี่ทำร้ายจิตใจอย่างหนัก นางเคียดแค้นจนกลายเป็นโรคจิต จึงหลบออกจากเมืองปลอมตัวเป็นกะละหนา (โจรชั่ว) นามปันหยี สะมิหรัง ออกปล้นฆ่าจับผู้คนมาเป็นทาสบำเรอความสุขตนเอง

ระตูแห่งมันตาหวันซึ่งเป็นเมืองเล็กๆแถวนั้น ทราบข่าวกะละหนาอาละวาดให้ราษฎรเดือดร้อน จึงกะเกณฑ์ไพร่พลเป็นกองทัพใหญ่ ให้ดะหมัง และตำมะหงง (ตำแหน่งขุนนาง) นำทัพปราบโจร
ดะหมังตำมะหงงยกไปถึงเมืองของปันหยี พบกุดาประวีระ และกุดาปะรันจาเฝ้ากำแพงอยู่ จึงบุกเข้าจู่โจมอย่างดุร้าย!

Read More →

หลังจากก้าโหละ (เจ้าหญิง) จินตะหราถูกลงโทษโดยพ่อซึ่งมึนเมาด้วยมนต์เสน่ห์ของนางสนมแล้ว ใจนางก็ให้มีความทุกข์เทวษ ปั่นป่วนวุ่นวาย จนกลายเป็นความเคืองแค้นแสนสาหัส

นางกลับห้องไปร้องไห้อย่างตั้งแต่รุ่งเช้า ตลอดอาทิตย์ลบ จนพลบวัน ครั้นคืนสติ จึงคิดว่าอย่างไรก็ไม่สามารถดำรงตนอยู่ในเมืองดาหาอีกแล้ว จำจะต้องทำการมะงุมมะงาหรา (เดินทาง) ออกไปเสียให้พ้นจากที่นี้ ส่วนจะไปถึงแห่งใดนั้นก็แล้วแต่การบันดาลขององค์ปะตาระกาหรา (เทพเจ้า) เถิด

Read More →

กิระดังได้สดับมา หลังจากลิกูแห่งดาหาวางยาพิษฆ่าประไหมสุหรีตายแล้ว ก็ทำสเน่ห์เปิดนมโชว์ระตูดาหา จนสามารถขึ้นเป็นใหญ่ มีความกำเริบเสิบสาน อาศัยอำนาจผัวกำจัดผู้ต่อต้าน ทำให้แผ่นดินวิปริตไปต่างๆ
สำหรับก้าโหละ (เจ้าหญิง) จินตะหรา ซึ่งเกิดกับประไหมสุหรีนั้นเหมือนนกปีกหักได้แต่ไปอาศัยอยู่กับ มหาเดหวี เมียลำดับรองของระตูดาหาซึ่งรักนางเหมือนลูก

Read More →

อิเหนาเป็นวรรณคดีเอกของไทยซึ่งได้เค้าโครงมาจากวรรณคดีอินโดนีเซียเรื่องเดียวกัน ชื่อ “หิกะยัต ปันหยี สะมิหรัง”

อิเหนาอินโดนีเซีย ฉบับแปลโดย สมเด็จฯเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

Read More →