วันหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้ครองกรุงสาวัตถี ได้เสด็จเข้าสู่นิทรารมย์ในราตรีกาล ครั้นล่วงปัจฉิมยามใกล้รุ่ง ได้ทอดพระเนตรเห็น พระสุบินนิมิตอันใหญ่หลวง ถึง 16 ประการ อันเป็นพระสุบินที่แปลกประหลาด จึงทรงตกพระทัยตื่นบรรทม และครั้นรุ่งเช้า ก็ได้ให้พวกพราหมณ์ปุโรหิตประจำราชสำนักทำนาย พวกพราหมณ์ปุโรหิต ก็พากันทำนายว่าเป็นพระสุบินที่ร้าย และว่าพระองค์จะต้องประสบภัยอันตราย 3 ประการ ไม่เสียราชทรัพย์ ก็จะมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน หรือไม่ก็ต้องสวรรคต อย่างใดอย่างหนึ่ง และแนะให้พระองค์ทำพิธีบูชายัญสัตว์ เพื่อสะเดาะเคราะห์ เมื่อพระนางมัลลิกา พระมเหสีทราบเรื่องเข้า จึงทูลให้ไปขอคำแนะนำจากพระพุทธเจ้า
ซึ่งพระพุทธองค์ก็ได้ทรงทำนายว่า เหตุร้ายนั้นจะมีแน่นอน เพียงแต่มิใช่เกิดแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล หรือแว่นแคว้นของพระองค์ แต่เหตุร้ายเหล่านี้จะเกิดแก่สัตว์โลกทั่วๆ ไป และแก่พระศาสนาของพระพุทธองค์ในภายภาคหน้า เมื่อล่วงเลยพุทธกาลไปแล้ว 2500 ปี เมื่อศาสนาเสื่อมลง (กล่าวกันว่า อายุพระพุทธศาสนาของพระสมณโคดม ยืนยาวเพียง 5,000 ปี หลังจากนั้น ต้องรอยุคของพระศรีอาริยเมตไตรย์ พระพุทธเจ้าองค์ต่อไปเสด็จมาโปรดสัตว์)

ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล และคำทำนายของพระพุทธเจ้าทั้ง 16 ประการ ประกอบด้วย

1. ทรงฝันว่า “มีโค 4 ตัว วิ่งมาจากทิศทั้ง 4 ตรงดิ่งเข้าหากัน มีอาการเกรี้ยวกราด คำรนคำรามประหนึ่งว่าจะชนกัน ผู้คนแตกตื่นพากันมามุงดูด้วยหมายใจว่า จะได้ชมโคชนกัน แต่แล้วโคทั้ง 4 ตัวนั้นหาได้ชนกันไม่ ต่างก็ผละหนีถอยห่างออกจากกันไป”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาลเบื้องหน้า ในชั่วศาสนาของพระองค์ เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดที่เสื่อมลง ผู้ปกครองประเทศ ผู้บริหารบ้านเมือง และประชาชนทั่วไปไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม ต่างพากันล่วงละเมิดหลักศีลธรรม ทำให้สังคมโดยรวมมีแต่ความวิปริตเสื่อมทราม มีแต่ความเห็นแก่ตัว คอยชิงดีชิงเด่น มือใครยาวสาวได้สาวเอาไม่มีที่สิ้นสุด อาศัยเหตุนี้ฝนฟ้าจักแล้ง พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ จะไม่อุดมสมบูรณ์ จะเกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ปวงประชาอาณาราษฎร์ต้องอดอยากยากแค้นกันโดยถ้วนทั่ว ในบางคราวมีเมฆตั้งเค้าขึ้นเป็นเหมือนฝนจะตก แต่ก็หาได้ตกไม่ ตั้งเค้าลอยมาจากทิศทั้ง 4 สายฟ้าฟาดดังกัมปนาทหวั่นไหวไปทั่วพื้นปฐพี แต่แล้วเมฆฝนที่คะนองก้องฟ้า พาให้ชาวประชาดีใจก็ไม่ตก กลับเหือดหายไปเสียจนหมดสิ้น มีอุปมาเหมือนโคดำที่วิ่งเข้าหากัน ทำท่าว่าจะชนกัน แล้วหาได้ชนกันไม่ ฉะนั้น”

2. ทรงฝันว่า “ต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่เพิ่งจะโผล่ขึ้นพ้นจากดินไม่นาน ได้แค่คืบหนึ่งบ้าง และแค่ศอกหนึ่งบ้างเท่านั้น ก็ผลิดอกออกผลไปตามๆ กัน เหมือนไม้ใหญ่ ฉะนั้น”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ต่อไปเมื่อโลกเสื่อม มนุษย์แม้จะมีอายุเยาว์ มีวัยยังไม่สมบูรณ์ก็จะมีราคะกล้า และสมสู่กันตั้งแต่อายุยังน้อย และจะมีลูกแต่เด็กๆ เหมือนต้นไม้เล็กๆ แต่ก็มีผลแล้ว”

3. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นแม่โคใหญ่ กลับอ้อนวอนขอดื่มนมของลูกโคที่เพิ่งเกิด”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ต่อไปในอนาคต การเคารพนบนอบผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์จะเสื่อมถอย คนเฒ่าคนแก่พ่อแม่เมื่อหมดที่พึ่ง หาเลี้ยงตนไม่ได้ ก็ต้องง้อ ต้องประจบลูกๆ ดังที่แม่โคที่ต้องกินนมลูกโค ฉะนั้น”

4. ทรงฝันว่า “ผู้คนไม่ใช้วัวตัวใหญ่ ที่สมบูรณ์แข็งแรงเทียมแอกลากเกวียน กลับไปใช้โครุ่นๆ ที่ยังปราศจากกำลังมาลาก เมื่อมันลากเกวียนให้แล่นไม่ได้ มันก็สลัดแอกนั้นเสีย”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในภายหน้าเมื่อผู้มีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม จะได้คนอันธพาลสันดานหยาบ หรือมอบหมายให้พวกที่ไร้มนุษยธรรมปกครองบ้านเมือง แทนที่จะยกย่องและมอบหมายหน้าที่ ให้กับผู้มีสติปัญญาความรู้ กลับไปมอบยศศักดิ์ให้กับคนหนุ่มที่อ่อนหัด ด้อยประสบการณ์ ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดี กิจการต่างๆ ก็ไม่สำเร็จ ทำให้ประชาอาณาราษฎร์เดือดร้อนทุกหัวระแหง ขาดความเป็นธรรม เบียดเบียนประชาชน ฉ้อราษฎร์บังหลวง ทุจริตคอรัปชั่น บริหารบ้านเมืองโดยวู่วาม ขาดคุณธรรม ไม่รู้สึกสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่ รับแต่สินบาทคาดสินบน จนผู้คนทั่วทั้งแผ่นดินลำบากใจ ก็เหมือนใช้โครุ่นมาเทียมแอก เกวียนก็แล่นไม่ได้ฉันใด ก็ฉันนั้น”

5. ทรงฝันว่า “เห็นม้าตัวหนึ่ง มีปากสองปาก มองเห็นหญ้าที่คนเลี้ยงนำมาให้ ถึงกับปากอ้าน้ำตาไหลเพราะความหิวโหย คนเลี้ยงม้าสองคนยืนยื่นหญ้าส่งป้อนให้พร้อมๆ กันแทบไม่ทัน กินไม่รู้จักอิ่มจนน่าอ่อนใจ”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาลเบื้องหน้า ผู้รับผิดชอบตัดสินคดีความของราษฎร ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในศาลต่างๆ จะคิดคบร่วมกันเบียดเบียนประชาชนทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย โดยกินสินบนทั้งสองฝ่าย แม้นได้สินบนฝ่ายใดมาก ก็จะตัดสินให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะความ โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง หรือไม่จำเป็นต้องสืบค้นหาความถูกต้องเลย แม้จะรู้โดยแน่ชัดว่าใครผิด แต่ก็แสร้งปรับเปลี่ยนสำนวนคำฟ้องให้เป็นผู้บริสุทธิ์ได้ ทำให้คนที่ไม่ได้ทำความผิด ต้องถูกลงโทษจองจำอย่างไร้มนุษยธรรม และในระหว่างการดำเนินคดีก็แสร้งถ่วงเวลาให้ยาวออกไป พร้อมกับเรียกร้องเอาสินบนจากทั้งสองฝ่าย ดังม้าที่กินหญ้าทั้งสองปาก ฉะนั้น”

6. ทรงฝันว่า “ฝูงชนเอาถาดทองคำราคาแพง ไปให้หมาจิ้งจอกตัวหนึ่ง พร้อมเชื้อเชิญให้หมาจิ้งจอกตัวนั้น ถ่ายปัสสาวะใส่ถาดทองนั้น”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ต่อไปคนดีมีสกุลทั้งหลายจะสิ้นอำนาจวาสนา คนตระกูลต่ำ หรือคนพาลจะได้เป็นใหญ่เป็นโต และคนมีตระกูล ก็จะต้องยกลูกสาว ให้แก่ผู้ไร้ตระกูลเหล่านั้น เหมือนเอาถาดทองไปรองเยี่ยวหมาจิ้งจอก ฉะนั้น”

7.ทรงฝันว่า “มีบุรุษหนึ่งนั่งฟั่นเชือกหนัง นั่งอยู่บนตั่ง ปลายเชือกที่ฟั่นแล้วข้างหนึ่งห้อยย้อยหย่อนไปในที่ใกล้เท้า แม่หมาจิ้งจอกโซตัวหนึ่ง นอนอยู่ใต้ตั่งที่บุรุษนั้นนั่งอยู่ แล้วก็กัดกินเชือกนั้น โดยที่เขาไม่รู้ตัว ฟั่นได้ยาวเท่าไรก็กัดกินสิ้น ยิ่งฟั่นยิ่งสั้น ไม่มีโอกาสหย่อนยานพาดถึงพื้นดินได้เลย”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในกาลข้างหน้า ผู้หญิงจะเหลาะแหละ โลเล ลุ่มหลงในสุรา เอาแต่แต่งตัว เที่ยวเตร่ ประพฤติทุศีล แล้วก็จะเอาทรัพย์ที่สามีหาได้ด้วยความลำบากไปใช้ หรือให้ชายชู้ เหมือนนางหมาจิ้งจอกโซที่นอนใต้ตั่ง คอยกัดกินเชือกที่เขาฟั่น และหย่อนลงไว้ใกล้เท้า ฉะนั้น”

8. ทรงฝันว่า “มีตุ่มน้ำใบใหญ่มีน้ำเต็มใบหนึ่งตั้งอยู่ที่ประตูเมือง และมีตุ่มใบเล็กๆ จำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่รอบๆ ตุ่มใบใหญ่นั้น ประชาชนทุกหมู่เหล่าตักน้ำมาจากทิศทางต่างๆ แล้ว เทใส่ตุ่มใบใหญ่ที่มีน้ำเต็มอยู่นั้น จนน้ำไหลล้นแล้วล้นอีก เจิ่งนองไปทั่วบริเวณนั้น หามีใครสักคนที่จะสนใจตุ่มน้ำใบเล็กที่ว่างเปล่าใบอื่นๆ เลย”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาลเบื้องหน้า คนเป็นใหญ่หรือมีอำนาจ จะเบียดเบียนหรือเอาเปรียบผู้ด้อยกว่า คนที่รวยอยู่แล้วก็จะมีคนจนหารายได้ไปส่งเสริมให้รวยยิ่งขึ้น ดังฝูงชนที่ต้องตักน้ำใส่ตุ่มใหญ่ที่เต็มอยู่แล้วจนล้น ส่วนตุ่มที่ว่างอยู่กลับไม่ไปใส่น้ำ”

9. ทรงฝันว่า “เห็นสระแห่งหนึ่ง มีบัวนานาชนิดขึ้นอยู่เต็ม และมีท่าขึ้นลงโดยรอบ สัตว์ต่างๆ ก็พากันดื่มน้ำในสระ แต่แทนที่น้ำบริเวณที่สัตว์เหยียบย่ำจะขุ่น กลับใสสะอาด ส่วนน้ำที่อยู่ตรงกลางสระที่สัตว์ไม่ไปดื่มหรือเหยียบย่ำ แทนที่จะใส กลับขุ่นมัว”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาลเบื้องหน้า เมื่อคนมีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม ขาดเมตตา คอยใช้อำนาจรีดนาทาเร้นหรือกินสินบน ชาวบ้านชาวเมืองก็จะหนีเข้าป่า ไปอาศัยอยู่อย่างอิสระไม่ขึ้นกับทางการ รวมกลุ่มกันอยู่อย่างปกติสุข เหมือนน้ำรอบๆ สระที่ใส ส่วนเมืองหลวงกลับว่างเปล่า เหมือนน้ำกลางสระที่ขุ่น ฉะนั้น”

10. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นข้าวที่คนหุงในหม้อใบเดียวกัน สุกไม่เท่ากัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ข้าวแฉะ ข้าวดิบ และข้าวสุกดี”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาลภายภาคหน้า ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่เคยปฏิบัติกันมาแต่โบราณ จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้คนจะคลายความศรัทธา หมดความเชื่อถือ ยกเลิกไปทีละอย่างสองอย่าง จนไม่หลงเหลือประเพณีเดิมเอาไว้ การไหว้เจ้าบวงสรวงเทพาอารักษ์จะไม่เหลืออยู่ ผู้คนจะมีจิตใจแข็งกระด้างหยาบคาย ขาดศีลธรรม ขาดความจริงใจต่อกัน ไม่มีมิตรภาพต่อกัน เพียงเสแสร้งพูดจากันเพราะความจำเป็น สวมหน้ากากเข้าหากันไปวันๆ เท่านั้น ลับหลังก็คอยหาโอกาสฆ่าฟันกัน ผู้คนจะเกิดเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่แปลกๆ ซึ่งหมอไม่สามารถหายารักษาได้ ฤดูกาลก็จะเปลี่ยนแปลง จากที่เคยมีฝนตกต้องตามฤดูกาล ก็จักขาดหายไปกลายเป็นหน้าแล้ง ฤดูหนาวก็จะกลายเป็นหน้าร้อน ทำให้การเพาะปลูกบางแห่งได้ผล บางแห่งก็ไม่ได้ผล เช่นเดียวกับข้าวที่มีสุกบ้าง ดิบบ้าง และแฉะบ้าง”

11. ทรงฝันว่า “คนนำแก่นจันทน์ที่มีราคาแพง ไปแลกกับเปรียงเน่า (อ่านว่า เปฺรียง มี 3 ความหมาย คือ 1. นมส้มผสมน้ำแล้วเจียวให้แตกมัน 2.น้ำมันจากไขข้อวัว และ 3.เถาวัลย์เปรียง แต่ในที่นี้น่าจะหมายถึงเถาวัลย์เปรียง เทียบกับแก่นจันทน์ที่เป็นไม้เหมือนกันมากกว่า 2 ความหมายแรก)”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาล ภายภาคหน้า พระสงฆ์ทั้งสิ้น จักนำเอาพระธรรมหลักคำสอนไปเร่ขายแลกกับเงินทองมาเพื่อประทังชีวิต โดยไม่รู้สึกอดสู ละอายต่อบาปแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังประพฤติตนนอกลู่นอกทางผิดหลักธรรมวินัย คล้ายกับสอนเขาอย่างหนึ่ง และประพฤติตนอีกอย่างหนึ่ง ทำตัวให้แปดเปื้อนมลทิน”
บางตำราว่า “พระภิกษุอลัชชีเห็นแก่ได้ทั้งหลาย แทนที่จะนำธรรมะที่พระพุทธองค์สอน ไปสอนสั่งให้คนหลุดพ้นจากความทุกข์ และละความโลภ กลับใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหากิน หาปัจจัยบริจาคเข้าตัวเอง เหมือนเอาแก่นจันทน์ (ธรรมะคำสอนที่ดี) ไปแลกเอาเถาวัลย์เน่า (ลาภอามิสที่ได้รับมา ซึ่งไม่จีรังและไม่ช่วยให้พ้นทุกข์จริงๆ ได้)”

12. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นน้ำเต้าแห้งแต่กลับจมน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ยาก แปลกประหลาดและไม่เคยมีปรากฏ แต่กลับเกิดมีปรากฏเป็นไปได้ ประจักษ์แก่สายตาในพระสุบินของพระองค์”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาลภายหน้า คนและสัตว์จะพบกับความหายนะ ถึงความวิบัติ เพราะเภทภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ผู้รู้นักปราชญ์ราชบัณฑิตจักตกอับ หมดอำนาจ ขาดที่พึ่ง สูญเสียอิสรภาพ คนกักขฬะ นิสัยพาลสันดานหยาบ อันธพาลเกเร จะได้โอกาสปกครองบ้านเมือง มีอำนาจบารมีข่มขี่คนดีมีศีลธรรมคุณธรรมภายในจิตใจ ทำให้เจ้าขุนมูลนายเชื้อเจ้าพระวงศ์จะถึงความอัปยศอดสู ไร้ที่อยู่ถิ่นฐาน ส่วนชนพาลจะสำราญรื่นเริงบันเทิงทั่วหน้า เจรจานอกลู่นอกทางผิดหลักศีลธรรม คนซื่อเอาตัวไม่รอดจักลำบากขัดสน คนตลบตะแลงปลิ้นปล้อนหลอกลวงไปวันๆ สามารถอยู่ในสังคมได้เป็นปกติสุข คำพูดของคนที่ไม่ควรจะได้รับความเชื่อถือ กลับจะได้รับความเชื่อถือ โดยเปรียบถ้อยคำของคนที่ไม่น่าเชื่อว่ามีน้ำหนักเบาเหมือนกับผลน้ำเต้า ซึ่งปกติจะลอยน้ำ แต่เมื่อคนเชื่อว่าคำพูดเหล่านั้นมีน้ำหนักหรือหนักแน่น จึงเปรียบคำพูดนั้นว่ามีน้ำหนัก ราวกับน้ำเต้าที่จมน้ำได้ ฉะนั้น”

13. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นศิลาแท่งทึบขนาดเท่าเรือน ซึ่งหนักแสนหนัก แต่กลับลอยน้ำได้เหมือนเรือ ดูประหลาดยิ่งนัก”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาลภายภาคหน้า คนอันธพาลสันดานหยาบ จะได้รับการยกย่องอุปถัมภ์ค้ำชู ยกย่องให้มีอำนาจวาสนาสูงส่ง มีบารมี เป็นผู้ทรงอิทธิพล คอยเหยียบย่ำเบียดเบียนคนดีมีศีลธรรมให้ได้รับความอัปยศอดสู พวกชนพาลกลับได้ใจทำอะไรตามใจตัวเอง ผู้ที่มีคุณธรรม แม้ในฝ่ายศาสนา พระสงฆ์ที่ทรงศีล ประพฤติดีปฏิบัติชอบ จักไม่ได้รับการยอมรับ ถ้อยคำของคนที่ควรได้รับการเชื่อถือ ซึ่งหนักแน่น มีน้ำหนักเปรียบประดุจแท่งศิลา กลับไม่ได้รับความเชื่อถือ หรือกลายเป็นถ้อยคำที่ไม่มีน้ำหนักเหมือนเรือที่ลอยได้ ข้อนี้ตรงกันข้ามกับข้อที่แล้ว คือ คนหันไปเชื่อคำพูดคนที่ไม่ควรเชื่อ เหมือนสิ่งที่ควรลอยกลับจม สิ่งที่ควรจมกลับลอย เปรียบเสมือนหินใหญ่ที่ลอยน้ำได้ ฉะนั้น”

14. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นฝูงเขียดตัวเล็กๆ วิ่งไล่กวดงูเห่าตัวใหญ่ เมื่อทันก็ขบกัดให้ขาดเป็นท่อนๆ เหมือนคนเด็ดก้านบัว แล้วก็กลืนกินอวัยวะต่างๆ ของงูนั้นเสียจนหมดสิ้น”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาล มนุษย์ทั้งหลายจักมีราคะกล้า เผลอไผลปล่อยใจไปตามอำนาจกิเลสตัณหา สามีตกอยู่ในอำนาจแห่งภรรยาสาว สมบัติทุกอย่างตกอยู่ในอำนาจภรรยาฝ่ายเดียว หญิงพาลจักฮึกเหิมกำเริบเสิบสานระรานทำความรำคาญใจให้สามี จะข่มขี่ห่มเหง วางอำนาจให้สามีเกรงกลัว จะใช้สามีทำงานหนักเยี่ยงทาสกรรมกร สามีถนอมน้ำใจไม่แสดงความก้าวร้าวดุดันให้ปรากฏกลับยิ่งได้ใจกดขี่ทวีคูณ และภรรยาจะจัดการทุกอย่างตามอำเภอใจ ตะคอกคุกคามสามีด้วยคำพูดหยาบคายต่างๆ ทำกับสามีเหมือนทำกับทาสรับใช้ อุปมาเหมือนฝูงกบเขียดกัดกินงูเห่า ฉะนั้น”

15. ทรงฝันว่า “พญาหงส์ทอง ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ชั้นสูง แต่กลับยอมมอบตนเข้าเป็นพวก เคารพนบนอบให้เหล่ากาเป็นนาย เพื่อจะได้พรรคพวกเป็นกา น่าสงสาร”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาล พระราชาหรือผู้ปกครองที่อ่อนแอ ขาดความรู้ความสามารถ ไม่รู้จักเลือกคนดีมีตระกูลมาปกครองบ้านเมือง จักเลือกเอาแต่คนเขลาชาติพาลสันดานหยาบ ไม่มีธรรมะ ไร้ความสามารถด้วยประการทั้งปวง แต่อยู่ใกล้ชิดรับใช้ใกล้เท้า ให้ทำงานบริหารชาติบ้านเมืองแทน ทำให้เหล่าคนดีต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของคนชั่ว พวกตระกูลใหญ่ๆ จะมีอิทธิพลสบคบกับพวกคนพาลสันดานหยาบช้า คอยราวีข่มเหงผู้รู้นักปราชญ์ราชบัณฑิตและมีคุณธรรมจนลำบาก คนเลวจะได้ดีมีอำนาจขาดยางอายไร้ศีลธรรม ทำให้นักปราชญ์พลอยเกรงกลัว จึงเข้าร่วมเป็นพวก เหมือนหงส์แวดล้อมเป็นบริวารของกา ฉะนั้น”

16. ทรงฝันว่า “ฝูงแกะพากันไล่กวดฝูงเสือเหลือง และกัดกิน ทำให้เสืออื่นๆ สะดุ้งกลัว จนต้องหนีไปแอบซ่อนตัวจากฝูงแกะ”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ต่อไปภายหน้า คนชั่ว หรือคนที่ไม่ดีจะเรืองอำนาจ และใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ทำให้คนดีถูกทำร้าย หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องหลบหนี ซ่อนตัวจากภัยร้ายเหล่านี้ เหมือนเสือซ่อนตัวจากแกะ”
บางตำราว่า ทรงฝันว่า “เนื้อสมันวิ่งไล่ล่าเสือโคร่ง โดยวิ่งไล่ตามมาติดๆ เมื่อไล่ทันแล้วก็รุมกัดกินเสือตัวนั้นทันที ทำให้สัตว์ร้ายอื่นๆ หวาดกลัว พากันวิ่งหนีหลบเข้าป่าไป เพื่อให้รอดจากฝูงสมันร้าย ดูน่าฉงนยิ่งนัก”
– : พระพุทธองค์ได้ทรงทำนายว่า “ในอนาคตกาล บรรดาสานุศิษย์ได้รับการศึกษาเล่าเรียน ประสิทธิ์ประสาทความรู้จากครูบาอาจารย์จนเชี่ยวชาญ แล้วเกิดความคิดอัปมงคล คิดเนรคุณลบล้างครูอาจารย์ ขาดความเคารพนับถือผู้หลักผู้ใหญ่ ใช้ทั้งคำพูดและการกระทำย่ำยีน้ำใจผู้ใหญ่ให้เจ็บช้ำ อวดอ้างความเก่งกล้าสามารถ ยกตนข่มท่าน วางสันดานหยาบคายยิ่งนัก”

ที่มา: http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=thammakittakon&group=31

เรื่องอื่นๆ

Leave a Reply

Post Navigation