ข้างฝ่ายเมืองดาหา เมื่ออาหยังได้แต่งงานกับอิเหนาแล้วก็ให้รื่นเริงบันเทิงฤดียิ่งนัก ถึงแก่กลิ้งไปมารอบอิเหนามิได้ขาด ส่วนอิเหนานั้นกลับเบื่อหน่าย ด้วยท้าวเธอชอบผู้ชายหาชอบผู้หญิงแด๊ดแด๋ไม่ สักพักพอเบื่อมากๆก็ต้องหยิบผ้ารัดตัวปันหยีสะมิหรังขึ้นมาดมฟืดหนึ่ง พอให้หายคิดถึง
อาหยังสังเกตว่าสามีเมินตน อุตส่าห์แต่งหน้าทาปาก ใส่เสื้อผ้าสวยๆมายั่ว แต่อิเหนาก็ยังเฉย ในที่สุดนางจึงต้องไปกลิ้งใส่เสด็จแม่ลิกู เพื่อขอให้ชี้ทางสว่าง

ลิกูบอกว่าสบายมาก แม่จะสอนวิชาแพศยา 101 ที่เชี่ยวชาญให้ดังนี้
“คือเวลานอนด้วยกันนะ ลูกต้องแสร้งทำเป็นสาวบริสุทธิ์ ตกใจกลัว ไม่เค้ยไม่เคย …หากสวามีมาจับมือ ก็ให้ชักมือหนี ถ้าสวามีมากอดก็ให้แกล้งร้องไห้กระซิกๆเพื่อเขาจะได้เช็ดน้ำตาปลอบใจ…
“หากแกล้งอายก็แล้ว แกล้งร้องไห้ก็แล้วอีผู้ชายมันยังทำเฉยอีก ก็ให้โผเข้ากอดบั้นเอวร่ำร้องว่าตัวเองไม่รักเขาแล้วหรือ? ถ้าผู้ชายมันเป็นสุภาพบุรุษพอมันย่อมช้อนลูกมากอดไว้ เมื่อนั้นก็ค่อยย้อนกลับไปยั่วตั้งแต่ขั้นตอนที่หนึ่ง…
“เออ แล้วเวลาป้อนหมากให้เขาทานน่ะ ต้องคาบป้อนแบบแม่นกป้อนลูก หากเขาขบริมฝีปากลูกกลับ นั่นแปลว่าผู้ชายคนนี้ได้ตกเป็นทาสของลูกแล้ว จำให้ดีนะ คะลัก คะลัก คะลัก”

อาหยังรับคำสั่งเสด็จแม่จึงเตรียมตัวเต็มที่ คืนนั้นทันทีที่เข้านอนนางก็เริ่มทำเป็นเขินอายหวาดกลัว กำลังคิดว่าหากไม้นี้อิเหนาไม่สะเทือนจะงัดไม้ต่อไปขึ้นมาอีก
…ที่ไหนได้อิเหนานอนหลับกรนครอกๆไปแล้ว…
อาหยังโมโหไม่ได้อย่างใจก็ปลุกสามีขึ้นมา กลิ้งๆบอกว่า “พระองค์ไม่มาปลอบหม่อมฉันเลย!”
อิเหนางัวเงียจึงตอบว่า “จะปลอบได้อย่างไรล่ะก็เธอยังไม่ได้ร้องไห้”
อาหยังจึงร้องไห้เสียงดังสนั่น พร้อมทั้งกลิ้งไปกลิ้งมาประกอบการแสดงด้วย
อิเหนามองด้วยความเบื่อรำคาญนัก “ขอบอกนะ เสียงร้องได้ของเธอเหมือนเสียงเสือคำรามกระชากใจพี่ และการปลอบโยนผู้หญิงนี้พี่ทำไม่เป็น (พี่ปลอบโยนเป็นแต่ผู้ชาย)”

จากนั้นอิเหนาจึงเอาสำลีอุดหูแล้วหลับยาว ปล่อยให้อาหยังกลิ้งร้องไห้จนหมดแรงไปเอง…
…เหตุการณ์เป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน ในที่สุดอิเหนาเองกลับเป็นฝ่ายอดรนทนมิได้ ก่อน จึงทูลระตูดาหา ขอลาออกไปเที่ยวประพาสเล่น …โดยลึกๆมุ่งมาดว่าจะกลับไปกุ๊กกิ๊กกับปันหยีสะมิหรังนั่นแหละ
ระตูดาหารักเอ็นดูบุตรเขยนักก็โปรดอนุญาต…
::: ::: :::
ตัดไปที่เรื่องทางเมืองของปันหยี สะมิหรัง
เมื่อจินตะหรากลับมาเมืองแล้วก็ให้มีความร้อนรุ่มกระสับกระส่าย อาละวาดทำลายข้าวของ เพราะน้อยใจที่อิเหนาไปได้กับยัยน้องสุดที่เลิฟ (แล้วทำไมไม่บอกความจริงเขาตั้งแต่ตอนอยู่ด้วยกันฟะ?)
นางคิดวางแผนสักพักหนึ่ง จึงเรียกกุดาทหารเอกทั้งสองเข้ามา แล้วสั่งการด้วยสุรเสียงเฉียบว่า “การที่ระเด่นอิเหนาสยุมพรกับอาหยังน้องเรานั้น เราให้ขัดเคืองใจนัก! เพราะมีความแค้นที่แม่ของนางมาสังหารมารดาเรา …เราคิดทบทวนดีแล้วจึงตัดสินใจว่า เราจะ…
…ถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านลองเดานะครับว่าจินตะหราสั่งว่าอะไร…
ก. จะไปฆ่าล้างเมืองดาหาซะให้หมดเมือง!
ข. จะไปฆ่าลิกู กับอาหยังเท่านั้น!
ค. จะไปฆ่าอิเหนา ที่นอกใจเรา!
ง. ไม่ฆ่าใครหรอก เราปลงตกแล้ว จะออกบวช…
ให้เวลาเดาคำตอบสามวินาที…
1…
2…
3…
…เฉลยนะครับ …คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ ง.
จินตะหรากล่าวว่า “เราเบื่อหน่ายในโลกีย์วิสัย จะละทิ้งทางโลกออกบวชเป็นฤๅษี บำเพ็ญธรรม”
“ห๊ะ อะไรนะ ก้าโหละพูดอะไรออกมา!?” เหล่ากุดาร้องตกใจ
จินตะหราไม่ตอบ เพียงชี้ให้ดูหลุมศพของเหตุผลที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านนอก
เหล่ากุดานิ่งอึ้ง รับว่า “เอ้อ… เข้าใจแล้ว”
ก้าโหละแห่งดาหาจึงเรียกนางสนมบุษบาชูวิต บุษบาส่าหรี รวมทั้งพระพี่เลี้ยงของทั้งสองชื่อ เกนปะมอหนัง กับเกนปะสีเหรียนเข้ามา กล่าวว่า “ยาหยี (น้องรัก) พี่มีอะไรจะบอก…”
“มีอะไรหรือเพคะเสด็จพี่?” บุษบาทั้งสองถาม
“คือจริงๆแล้วพี่เป็นผู้หญิง” จินตะหราเอ่ย
“ห๊ะ! ละ… แล้วที่พี่มากอดจูบน้องล่ะ!?”
“คือพี่เป็นผู้หญิงที่เป็นทอม”
“อ้าว แล้วที่พี่ไปอี๋อ๋อกับระเด่นอิเหนาล่ะ?”
“ก็พี่เป็นผู้หญิงที่เป็นทอมแล้วเป็นตุ๊ดต่ออีกทีไงล่ะ แค่นี้ก็ทำเป็นไม่เข้าใจ!” จินตะหราตวาด
พอเห็นอีกฝ่ายหวาดกลัวนางจึงถอนหายใจกล่าวว่า “ตอนนี้พี่เบื่อหน่ายเรื่องทางโลกแล้ว จะออกบวช น้องทั้งสองคงเกลียดพี่สินะ…”
บุษบาชูวิต บุษบาส่าหรีหันหน้าปรึกษากัน ในที่สุดกลับพากันก้มกราบจินตะหรา “ถึงพี่จะเป็นผู้หญิงที่เป็นทอมแล้วเป็นตุ๊ดต่ออีกที แต่พวกเราก็จะขอติดตามพี่ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะเราชอบความจิตของพี่” ทั้งสองประกาศ
จินตะหราว่าตามใจ จากนั้นนางออกไปประกาศแก่ข้าทาสชาวเมืองทั้งหมดว่า ตอนนี้เล่นเป็นโจรเบื่อแล้ว จะเลิกเล่นไปบวช ขอให้ทุกคนกลับบ้านช่องไปทำมาหากินได้ ส่วนที่เคยปล้นฆ่าญาติพี่น้องใครมาก็ขอให้ดูออร่าความหล่อนี้ แล้วลืมๆไปแล้วกันนะ
ชาวเมืองฟังดังนั้นจึงจำต้องจากเมืองไปแบบงงๆ ส่วนจินตะหราพาคณะนางกำนัล เกนบาหยัน เกนส้าหงิดที่กลับมาเป็นผู้หญิงแล้ว พร้อมนางบุษบาชูวิต บุษบาส่าหรี เกนปะมอหนัง เกนปะสีเหรียน ออกเดินทางสู่กุหนุงวิลิศ (ภูเขาวิลิศ) อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสถานที่ออกบวชยอดนิยม
…ด้วยอะไรบางอย่างทำให้เมื่อทุกคนออกจากเมืองแล้วกลับลืมทิ้งมหาเดหวีไว้…
มหาเดหวีตื่นมาไม่เจอใครก็ร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก
พอดีกับที่อิเหนากลับมาเยี่ยมปันหยีสะมิหรัง แต่พบเพียงเมืองร้าง มีมหาเดหวีนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว
อิเหนาสอบถามความจากมหาเดหวีจึงทราบว่าที่แท้ จินตะหรากับปันหยีสะมิหรังนั้นเป็นคนเดียวกัน!
“อะไรนะ คู่หมั้นของเราเป็น ‘ผู้หญิงที่เป็นทอมแล้วเป็นตุ๊ดอีกที’ กระนั้นหรือ!” อิเหนาอุทาน
อึ้งสักครู่จึงกล่าวต่อว่า “…นี่แหละสเปคเลย เหมาะกับ ‘ผู้ชายที่เป็นตุ๊ดแล้วเป็นทอม’ อย่างเรา เราจะขอตามหานางจนกว่าชีวิตจะหาไม่!”
…โปรดติดตามการผจญภัยที่อิเหนาตามหาจินตะหราในตอนหน้านะครับ…

ที่มา: http://pantip.com/topic/33035625

เรื่องอื่นๆ

Leave a Reply

Post Navigation