หลังจากก้าโหละ (เจ้าหญิง) จินตะหราถูกลงโทษโดยพ่อซึ่งมึนเมาด้วยมนต์เสน่ห์ของนางสนมแล้ว ใจนางก็ให้มีความทุกข์เทวษ ปั่นป่วนวุ่นวาย จนกลายเป็นความเคืองแค้นแสนสาหัส

นางกลับห้องไปร้องไห้อย่างตั้งแต่รุ่งเช้า ตลอดอาทิตย์ลบ จนพลบวัน ครั้นคืนสติ จึงคิดว่าอย่างไรก็ไม่สามารถดำรงตนอยู่ในเมืองดาหาอีกแล้ว จำจะต้องทำการมะงุมมะงาหรา (เดินทาง) ออกไปเสียให้พ้นจากที่นี้ ส่วนจะไปถึงแห่งใดนั้นก็แล้วแต่การบันดาลขององค์ปะตาระกาหรา (เทพเจ้า) เถิด

คิดดังนั้นก้าโหละน้อยจึงเรียกนางกำนัลคนสนิททั้งสอง นามว่าเกนบาหยัน และเกนส้าหงิด (เกนแปลว่า นาง) พร้อมทั้งมนตรีทั้งสี่มาเข้าพบแล้วกล่าวว่า
“ด้วยไม่อยากถูกข่มเหงรังแก เราจินตะหรา คิดมะงุมมะงาหรา ไปตามการบันดาลขององค์ปะตาระกาหรา”
“จริงหรา…” มนตรีบังคมทูล “จะดีหรา พะยะค่ะ”
“จริงสิ” จินตะหรากล่าว

นางกับมหาเดหวี สองนางกำนัลและสี่มนตรีจึงปลอมกายเป็นสามัญชนลอบออกจากกรุงในวันนั้น โดยระตูดาหาซึ่งวันๆขลุกอยู่กับลิกูหาทราบไม่

ครั้นมะงุมมะงาหรามาได้ถึงทำเลแห่งหนึ่ง มนตรีแจ้งว่าเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างกรุงกุเรปันและกรุงดาหาพอดี จินตะหราจึงให้พวกเขาสร้างปะสังคราหัน (พับพลาชั่วคราว) ขึ้น
เพื่อสนองบัญชามนตรีและนางกำนัลซึ่งไม่รู้เอาเครื่องมือช่างมาจากไหนก็ช่วยกันตัดไม้ ถมดิน สร้างเป็นปะสังคราหันอันสวยงามให้เจ้านายประทับ

จินตะหราโสมนัสนักเสด็จขึ้นพักดูวิวธรรมชาติ รู้สึกครึ้มอกครึ้มจึงสั่งว่า
“นี่แน่ะลุงมนตรี ท่านจงสร้างเมืองขึ้นในที่นี้สักเมืองหนึ่ง เราจะเป็นระตูปกครองเมือง”
มนตรีซึ่งพึ่งสร้างปะสังคราหันเสร็จกำลังเหงื่อแตกพลั่กๆ ถามด้วยเสียงสั่นว่า “ตวนกู (ท่านเจ้า) จะให้กระหม่อมสร้างเมืองขึ้นจริงๆหรา?”
“จริงสิ เชื้อกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ” จินตะหรากล่าว
มนตรีถวายบังคม พวกเขาซึ่งเป็นแรงงานมีกันอยู่หกคนก็พากันแยกย้ายออกขุดดิน ขุดต้นไม้ ก่ออิฐ ฉาบปูน ค่อยๆสร้างบ้านขึ้นมาทีละหลังๆ ในขณะที่จินตะหรากับมหาเดหวีนั่งดู

เวลาผ่านไปไม่นานพวกมนตรีก็บันดาลมหานครอันโอ่อ่า ประกอบด้วยตึกรามบ้านช่อง วัดวาอาราม ปราสาทราชวัง คูคลอง กำแพง หอรบขึ้นมาได้ (เสียงแห่งเหตุผล: เฮ้ยมันทำได้ไง!?)
จินตะหราเห็นเมืองสวยงามมีความปลื้มปิตินัก จึงไปแกล้งไปอาบน้ำแล้วแต่งตัวแบบผู้ชายเดินกลับมา (เสียงแห่งเหตุผล: ไม่รู้หาชุดผู้ชายมาจากไหน เว้นแต่จิ๊กจากมนตรีคนใดคนหนึ่ง)
ก้าโหละน้อยในร่างชายนั้นหล่อเหลาสง่างามมาก ทั้งมหาเดหวี เกนบาหยัน เกนส้าหงิดเห็นแล้วต่างตะลึง ยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัว เพราะนึกว่าเป็นองค์ปะตาระกาหลาจำแลงกายมา จวบจินตะหราชี้แจงว่าตนเป็นใครนั่นแหละ ทุกคนถึงมีสตินึกออก (เสียงแห่งเหตุผล: เจ้าฮะละครไทยมาก…)
“ต่อไปนี้เราจะใช้ชื่อใหม่ว่า ‘ปันหยี สะมิหรัง’* และแปลงตัวเป็นชาย” จินตะหราประกาศ “และเราจะให้เกนบาหยัน กับเกนส้าหงิดเปลี่ยนเพศเป็นเพื่อนเราด้วย” (เสียงแห่งเหตุผล: พวกเมิงทำไปทำไม?)
เกนบาหยันกับเกนส้าหงิดรับบัญชา จึงไปแย่งเสื้อพวกมนตรีมาอีก พอแต่งแล้วก็มีรูปเป็นนายทหารกล้าสง่างาม ได้ชื่อใหม่ว่า กุดาประวีระ และกุดาปะรันจา**
…เสร็จแล้วจินตะหราจึงไล่พวกมนตรีกลับเมือง…

========= เหตุผลของเรื่องนี้ก็ได้ตายลงนับแต่บรรทัดนี้ด้วย ==========

เพื่อเสริมสร้างมหานครแห่งใหม่ของนาง ปันหยีสะมิหรัง ได้สั่งให้กุดาประวีระ และกุดาปะรันจาออกไปเฝ้าหน้ากำแพงเมือง หากพบเห็นใครเดินทางผ่านมาให้ปล้นฆ่ากวาดต้อนมาเป็นทาส
…ไม่ต้องสนใจว่าเป็นผู้ดีมีสกุล หรือคนลำบากยากจนอย่างไร จินตะหรายินดีรับหมด เพราะตอนนี้กำลังต้องการเพิ่มประชากรให้สร้างเมืองใหม่ จึงหยวนๆรับพวกไพร่แซมๆผู้ดีมาบ้าง…
กุดาประวีระและกุดาปะรันจารับคำสั่งออกดักปล้นผู้คนที่สัญจรผ่านทางนั้น ไม่เว้นว่าจะเป็นชาวกุเรปันหรือเมืองไหน หากใครไม่ยอมเป็นทาสดีๆก็ฆ่าเสียสิ้น

คราวหนึ่งมีคาราวานพ่อค้า ถูกกุดาทั้งสองดักได้ พวกพ่อค้าไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นต่อสู้ ถูกกุดาทั้งสองฆ่าตายหมดแล้วลากเอาลูกเมียไปถวายปันหยี
…ก็ไม่รู้ว่านางกำนัลพวกนี้เอาฝีมือการรบมาจากไหน ตอนต้นเรื่องยังหงิมๆเล่นเก็บดอกไม้อยู่เลย…
…แต่ที่ประหลาดกว่านั้นคือ หลังจากลูกเมียพ่อค้าเห็นรูปโฉมปันหยี สะมิหรังแล้วกลับเคลิบเคลิ้มงมงายไปด้วยความหล่อ ลืมความแค้นของพ่อและผัวไปจนหมดสิ้น ต่างยอมมาปรนนิบัติปันหยีโดยบั๊กติบักดี (ภักดี)
ปันหยีดำเนินการล่าทาสมากขึ้นๆ นานวันเข้าเมืองอันเคยมีประชากรอยู่สี่คนก็กลายเป็นนครอันอันคึกคัก มีเสนามนตรี นักร้องนักแสดง ข้าทาสบริวาร ช่างฝีมือ เกษตรกร และ ecosystem ของตนเอง
…ทั้งหมดยอมสิโรราบสวามิภักดิ์ด้วยหลงไหลในความหล่อของปันหยี…

ในลักษณะดังกล่าวก้าโหละผู้น่าสงสารจึงกลายเป็นจอมมารผู้ชั่วร้าย และภัยคุกคามสำคัญของบ้านเมืองโดยรอบ ถูกตั้งฉายาว่า กะละหนา (โจรชั่ว) มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ เป็นที่หวาดกลัวทุกหย่อมหญ้า แม้เด็กน้อยได้ยินชื่อก็จะหยุดร้องไห้
จินตะหราได้อำนาจมากขึ้นก็มีความกำเริบเสิบสาน คิดการยึดครองโลก โดยเล็งจะเริ่มยึดเมืองมันตาหวันซึ่งเป็นเมืองเล็กๆอยู่แถวนั้นก่อน
โอ… ใต้เงาอันชั่วร้ายของนางเอกอย่างนาง ชะตากรรมของปวงประชามลายูจะเป็นอย่างไร

ที่มา: http://pantip.com/topic/33035625

เรื่องอื่นๆ

Leave a Reply

Post Navigation