jpgโอเค

– วุ้นเส้น : ให้พลังงาน 330 กิโลแคลอรี่ เห็นตัวเลขพลังงานพุ่งขนาดนี้ อย่าเพิ่งตกใจ เพราะวุ้นเส้นมีน้ำหนักเบามาก 1 ซองประมาณ 50 กรัมเท่านั้น ปกติที่ทานกันก็ไม่ถึง 100 กรัม แต่มีหลายคนเข้าใจผิดว่าวุ้นเส้นเป็นโปรตีน จริงอยู่ว่าเส้นชนิดนี้ทำจากถั่วเขียว แต่ในกระบวนการผลิตถั่วจะถูกโม่และแยกโปรตีนออกไปจนเหลือแต่แป้ง และยังมีการผสมแป้งมันลงไปเพื่อเป็นการลดต้นทุนด้วย เมื่อทานแล้วจะไม่เหนียวเท่าวุ้นเส้นจากถั่วเขียว 100%

– เส้นบะหมี่ : ให้พลังงาน 300 กิโลแคลอรี่ โดยบะหมี่เส้นสีเหลืองทำมาจากแป้งสาลี ซึ่งเป็นแป้งที่มีโปรตีนสูงพอสมควร แถมยังได้ประโยชน์จากแคโรทีนอยด์และฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มวิตามินเออีกด้วย ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถึงแม้จะสีเหลืองเหมือนกันแต่ก็ผ่านการทอดและปรุงรสจนมีไขมันและโซเดียมสูง ปริมาณ 1 ซอง (60 กรัม) ก็ให้พลังงานถึง 280 กิโลแคลอรี่ และยังเป็นพลังงานจากไขมันเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ถ้าหากอยากกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควรซื้อชนิดที่มีการเติมสารอาหาร เช่น ไอโอดีน ธาตุเหล็ก หรือวิตามินเอเพิ่มเข้าไป เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้มากขึ้น

– เส้นก๋วยเตี๋ยว : ให้พลังงาน 150-220 กิโลแคลอรี่ ก๋วยเตี๋ยวเส้นขาวๆ ทั้งเส้นใหญ่ เส้นเล็ก และเส้นหมี่ ล้วนทำมาจากแป้งข้าวเจ้าเหมือนกันแต่ให้พลังงานที่ต่างกันขึ้นอยู่กับความชื้นของเส้น โดยเส้นใหญ่จะมีแคลอรี่สูงที่สุด เพราะมักจะเคลือบน้ำมัน ทำให้ในปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานสูงถึง 220 กิโลแคลอรี่ ในขณะที่เส้นเล็กให้พลังงานประมาณ 180 กิโลแคลอรี่ และเส้นหมี่ให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรี่เท่านั้น

– เส้นขนมจีน : ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี่ เส้นขนมจีนถึงแม้จะทำจากแป้งสาลีเหมือนกับเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่แป้งสำหรับเส้นขนมจีนจะหมักแช่น้ำไว้ก่อน จึงนำไปผ่านกระบวนการต่างๆ และมักเป็นเส้นสดใหม่ที่ทำวันต่อวัน เส้นจึงมีองค์ประกอบของน้ำมาก และให้พลังงานต่ำกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งของเส้นที่มีความชื้นสูงแบบนี้ก็คือทานแล้วรู้สึกว่าไม่อยู่ท้อง วิธีการเลือกซื้อควรเลือกแบบที่เป็นสีธรรมชาติ ไม่มีการแต่งสีเพิ่มเติม และหากซื้อมาแล้วยังไม่กินควรแช่ตู้เย็นเก็บไว้ แม้จะเป็นแป้งหมักแต่ก็ไม่ควรทิ้งไว้ข้ามวัน

– เส้นแก้ว : ให้พลังงาน 20 กิโลแคลอรี่ เส้นแก้วใสๆ คล้ายวุ้นเส้นแต่มีลักษณะอวบและกรุบกว่า ทำจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล 100 กรัม มีคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก ประมาณ 4 กรัม นอกเหนือจากนั้นก็เป็นใยอาหารเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือต้องการลดน้ำหนัก สำหรับส่วนที่ทำให้เส้นแก้วแตกต่างจากเส้นบุกก็คือ เส้นชนิดนี้จะมีโซเดียมและแคลเซียมอยู่เล็กน้อย ซึ่งเส้นแก้วสามารถนำมากินสดๆ ได้เลย แต่หากไม่ชอบความจืดและกรุบจะนำไปปรุงรสและผ่านความร้อนเพื่อให้เส้นนุ่มลงก็ได้ แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าเส้นอื่นสักหน่อย

– เส้นบุก : ให้พลังงาน 10 กิโลแคลอรี่ เส้นหนึบๆ ที่แปรรูปมาจากหัวบุกมีเส้นใยสูงและให้พลังงานต่ำมาก แถมสารแป้งในหัวบุกซึ่งเรียกว่าแมนแนนเมื่อแตกตัวจะได้เป็นน้ำตาลกลูโคสและแมนโนส ซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าในกระบวนการย่อย แมนโนสจะถูกดูดซึมช้ากว่ากลูโคสน้ำตาลในเลือดจึงเพิ่มขึ้นช้าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานและสาวๆ ที่อยากลดน้ำหนักทั้งหลายโดยเส้นบุกมีทั้งแบบเส้นใสและแบบผสมสาหร่ายทะเลเพื่อเพิ่มคุณค่าอาหารแต่ให้พลังงานต่ำไม่ต่างกัน ส่วนการปรุงควรลวกในน้ำเดือดจัดจึงจะได้เส้นบุกที่นุ่มกำลังดี

ที่มา: Google+

เรื่องอื่นๆ

Leave a Reply

Post Navigation