1470292800_kit13

ขนมจู้จุน ขนมพื้นเมืองโบราณของคนปักษ์ใต้ที่เริ่มจะเลือนราง ต้องกินกันสดๆ ร้อนๆ ถึงจะอร่อย กรอบนอกนุ่มใน ปัจจุบันไม่ค่อยจะมีคนทำขายกัน ขนมจู้จุน เป็นการดัดแปลงขนมจากการทำขนมในเทศกาลเดือนสิบ ชื่อขนมรังนกมาเป็นขนมจู้จุน ส่วนมากรับประทานกันในพื้นบ้าน และสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ การทำขนมจู้จุน นับว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทำขนมไทยพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับชื่อขนมชนิดนี้จะเรียก จู้จุน จูจุ่น จูจุ๋น หรือภาคกลางก็จะเรียก ขนมฝักบัว

ขนมจู้จุน (ฝักบัว) ที่ใครๆ เรียกกันนั้น เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง ตอนแรกที่ได้ยินชื่อ คิดว่ามีส่วนผสมของฝักบัว แต่พอมาเห็นหน้าตาแล้ว ชื่อฝักบัวน่าจะได้มาจากรูปร่างของเจ้าขนมชนิดนี้ที่มีลักษณะเหมือนกับฝักบัวนี่เอง

สำหรับวิธีทำขนมชนิดนี้ต้องใช้เวลาในการหมักแป้งทิ้งไว้ ขนมจึงจะเนื้อนุ่มหอมอร่อย เด็กๆ ในสมัยนี้บางคนก็เรียก ขนมไข่ดาว

1470292844_kit12

ขนมจู้จุน สำหรับคนใต้ ชาวบ้านส่วนใหญ่มักจะทำกันในวันงานเทศกาลทำบุญเช่นงานทำบุญเดือนสิบของชาวปักษ์ใต้ เมื่อก่อนนั้นชาวบ้านจะทำขนมจู้จุนโดยเอาข้าวสารเจ้ามาล้างให้ สะอาดแช่น้ำจนเมล็ดพองได้ที่นำไปโม่ให้ละเอียด ใส่ถุงผ้าทับไว้ให้สะเด็ดน้ำ เคี่ยวน้ำตาลให้ละลาย เป็นน้ำเชื่อมวางไว้จนอุ่นพอเอามือจุ่มลงไปได้พอทนร้อนได้ เอาแป้งใส่ลงไปนวดทีละน้อยในน้ำ เชื่อมใส่ไปเรื่อยๆ นวดไปเรื่อยๆ จนแป้งหมด ประมาณความเหนียวพอใช้ช้อนหรือทัพพีตักหยอดได้  จึงทอดในกระทะที่ใส่น้ำมันพืช เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ก็ตักแป้งหยอดลงไปในน้ำมัน และต้องทอดทีละแผ่นเท่านั้น ขนมก็จะแผ่ตัวเป็นวงกลม คล้ายกับไข่ดาว ใช้ไม้แหลมๆ หมุนขนมไปเรื่อยๆ ตรงกลางขนมจะนูนขึ้นรอบๆ ข้างจะมีสีเข้มเริ่มสุกก่อน เมื่อสุกแล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

23915889_1604341222959613_8363521091839287934_n

ขนมฝักบัวหรือจู้จุน มีหลายตำราด้วยกัน แต่ละตำราก็พยายามปรับปรุง เพื่อให้ได้ขนมที่ดีที่สุดบางตำราจะใช้แป้งข้าวเจ้าล้วน บางตำราใช้แป้งข้าวเจ้าปนด้วยแป้งข้าวเหนียว

จู้จุนส่วนมากจะนิยมรับประทานในขณะร้อนๆ ซึ่งจะได้รสชาติของขนมที่กรอบนอกนุ่มในพร้อมกลิ่นหอมของน้ำตาลมะพร้าว

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/

Post Navigation