1360855787-o
ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้นจะมีเทศกาลอื่นๆ รวมอยู่ด้วยมากมายหลายเทศกาล โดยเริ่มตั้งแต่ก่อนวันตรุษจีนยาวไปจนถึงวันเทศกาลง้วงเซียว (元宵節) หรือที่ชาวไทยเรารู้จักกันว่าวันเทศกาลชาวนาหรือเทศกาลโคมไฟ อันจะเกิดขึ้นในวันที่ 15 เดือน 1 (正月大 十五) ตามปฏิทินจันทรคติจีนและถือว่าเป็นวันสิ้นสุดงานเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ของ ชาวจีนด้วย

เทศกาลนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 (初七) เดือนแรกตามปฏิทินทางจันทรคติจีน โดยชาวจีนนั้นจะถือว่าเลข 7 เป็นเลขแห่งความมานะอุตสาหะ เลขแห่งความอดทนอดกลั้น หรือเรียกง่ายๆ ว่าเลขแห่งประสบการณ์ความยากลำบากในชีวิตที่ทำให้เรากล้าแกร่งมาเป็นผู้ใหญ่ ที่สมบูรณ์ในทุกวันนี้ แล้วเอาความหมายของเลข 7 นี้มาสร้างเป็นคติไว้เตือนใจลูกหลานว่าควรดำเนินชีวิตกันอย่างไร
ชาวจีนจึงได้คิดประเพณีขึ้นมาในช่วงกึ่ง กลางของเทศกาลตรุษจีนที่จะมีติดต่อกันยาวนานถึง 15 วัน โดย เทศกาลนี้มีชื่อว่าเทศกาล “ฉิกเอี๊ยไฉ่ (七樣菜)” หรือ “เทศกาลกินผัก 7 อย่าง” โดยจะนำผักที่มีชื่อมงคล 7 ชนิดมารับประทานเพื่อเตือนสติว่าปีเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว ปีใหม่นี้เราควรเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามอย่างความหมายอันเป็นนัยยะของผัก 7 ชนิดดังนี้ คือ

1360855969-o

1. คึ้งไฉ่ (芹菜) หรือที่คนไทยเราเรียกกันว่า “ผักคื่นช่าย” นั่นเอง โดยผักคึ้งไฉ่ คำว่า “คึ้ง” จะไปพ้องเสียงกับคำว่า “คึ้ง (勤)” ที่แปลว่า มุมานะบากบั่น, พากเพียร, ขยันขันแข็ง
ดังนั้นคึ้งไฉ่ จึงเป็นผักที่นำมาเป็นกุศโลบายเพื่อเตือนใจว่า เกิดเป็นคนต้องรู้จักขยันหมั่นเพียร มุมานะอดทดต่อความยากลำบาก อย่าสำมะเรเทเมาลุ่มหลงไปกับกิเลสตัณหา เพื่อที่จะได้สุขสบายและร่ำรวยในอนาคต

1360856048-o

2. ชุงไฉ่ (春菜) หรือที่คนไทยเราเรียกกันว่า “ผักโขมจีน”โดย คำว่า “ชุง” นี้จะแปลว่า ฤดูใบไม้ผลิ, วัยหนุ่มวัยสาว, ความรัก, พลังชีวิต แล้วยังไปพ้องเสียงกับคำว่า “ชุง (伸)” ในภาษาแต้จิ๋วที่แปลว่า แผ่ขยาย, เหยียดออก, ยืดออก
ดังนั้นชุงไฉ่ จึงเป็นผักที่นำมาเป็นกุศโลบายเพื่อเตือนใจว่า ให้รู้จักขยันทำมาหากินรู้จักเพิ่มพูนทรัพย์สินด้วยความกระปรี้กระเปร่า เหมือนตอนหนุ่มสาว อย่าทำตัวขี้เกียจ สิ่งใดที่เลวร้ายที่ผ่านมาก็ให้ถือว่าเป็นบทเรียนเพื่อให้เรากลับมาเติบโต อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง การงานอะไรที่ทำอยู่แม้เราจะไม่ชอบงานที่ทำอยู่นั้น เราต้องทำมันด้วยความรักเอาใจใส่และความรับผิดชอบหน้าที่การงานนั้นให้ดีที่สุด

1360856120-o

3. เก๋าฮะไฉ่ (厚合菜) ไม่มีชื่อในภาษาไทยแต่มีขายและปลูกในประเทศไทยแล้ว โดยคำว่า “เก๋า” นี้จะแปลว่า ให้ความสนใจ, เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ยกย่องให้เกียรติ, อบอุ่น ส่วนคำว่า “ฮะ” แปลว่า ร่วมกัน, พึงควร, ถูกต้อง
ดังนั้นเก๋าฮะไฉ่ จึงเป็นผักที่นำมาเป็นกุศโลบายเพื่อเตือนใจว่า จะทำงานอะไรก็ตามแต่ ต้องให้เกียรติรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้ร่วมงานและผู้อื่นเสมอ และพึงควรให้ความสนใจสอดส่องกิจการงานที่ทำอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ประมาท

1360856196-o

4. สึ่งไฉ่ (蒜菜) หรือหรือที่คนไทยเราเรียกว่า “ต้นกระเทียม” หรือจะเป็นหัวกระเทียมก็ได้ โดยคำว่า “สึ่ง” นี้จะไปพ้องเสียงกับคำว่า “สึ่ง (算)” ที่แปลว่า คิดคำนวณ, แผนการ, นับ
ดังนั้นสึ่งไฉ่ จึงเป็นผักที่นำมาเป็นกุศโลบายเพื่อเตือนใจว่า ก่อนที่จะลงมือทำอะไรสักอย่าง ให้คิดใคร่ควรให้รอบคอบก่อนลงมือทำ อย่าด่วนใจร้อนตัดสินด้วยการเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง หัดรู้จักเริ่มนับจากหนึ่งไปจนเต็มร้อย เริ่มจากทุนรอนที่เรามีอยู่แล้วค่อยเก็บออมจนมั่งมี อย่าคิดรวยทางลัดด้วยการทำอะไรที่ขัดต่อหลักศีลธรรมหรืออย่าทำอะไรที่เกิน ตัวเกินกำลังมากไป เพราะมันจะนำมาซึ่งความเสียหายแก่เราในภายหลัง

1360856246-o

5. ตั้วไฉ่ (大菜) หรือที่คนไทยเราเรียกว่า “ผักกาดเขียว” โดยคำว่า “ตั้ว” นี้จะเเปลว่า มากหรือใหญ่ ผักกาดเขียวก็จะเป็นผักที่มีใบมาก มีใบขนาดใหญ่และเป็นผักที่หัวใหญ่ด้วย บางครั้งถ้าหาผักกาดเขียวไม่ได้ก็สามารถใช้ผักกาดขาวหรือกะหล่ำปลีมาใช้แทน ก็ได้
ดังนั้นตั้วไฉ่ จึงเป็นผักที่นำมาเป็นกุศโลบายเพื่อเตือนใจว่า จะทำอะไรให้พยายามมองไปข้างหน้า (อนาคต) หัดอดเปรี้ยวไว้กินหวาน คิดถึงการใหญ่ที่เรามุ่งหมายจะไปให้ถึงที่ฝันเอาไว้เป็นที่ตั้ง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านไปได้ก็ให้ผ่านเลยไป อย่าเก็บเอามาเป็นเรื่องเป็นราวเป็นอุปสรรคให้เสียงาน

1360856619-o

6. ไฉ่เท้า (菜頭) หรือที่คนไทยเราเรียกกันว่า “หัวไชเท้า หรือ ผักกาดหัว” โดยคำว่า “ไฉ่” ก็คือ ผัก ส่วนคำว่า “เท้า” จะแปลว่า หัว, หัวหน้า, เจ้านาย, จุดเบื้องต้นและจุดเบื้องปลายของสรรพสิ่ง
ดังนั้นไฉ่เท้า จึงเป็นผักที่นำมาเป็นกุศโลบายเพื่อเตือนใจว่า คนเราเมื่อร่ำรวยหรือได้เป็นใหญ่เป็นโตดั่งที่ปรารถนาแล้ว ก็อย่าลืมกำพืด อย่าลืมตน หมั่นนึกถึงความยากลำบากและการสู้ชีวิตชีวิตที่ผ่านมาจนทำให้เราร่ำรวยได้ และมาเป็นใหญ่เป็นโตในวัน

1360856585-o

7. กะนั้มไฉ่ (甲藍菜) หรือที่คนไทยเราเรียกกันว่า “ผักคะน้า” โดยคำว่า “กะ” จะหมายถึง ยอดเยี่ยม, ล้ำเลิศ, เกราะป้องกัน ส่วนคำว่า “นั้ม” จะหมายถึงสีน้ำเงินหรือสีคราม ซึ่งสีนี้ชาวจีนถือกันว่าเป็นสีแห่งท้องฟ้าหรือสวรรค์ และในพระพุทธศาสนานิกายมหายานถือว่าเป็นสีรัศมีแห่งธรรมะ
ดังนั้นกะนั้มไฉ่ จึงเป็นผักที่นำมาเป็นกุศโลบายเพื่อเตือนใจว่า ชีวิตคนเรานั้นเกิดมาก็มีแต่ตัวอย่างเดียวมาแต่กำเนิด ตายไปก็เอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ ที่สุดแล้วก็จะมีแต่ความดีงามที่ติดตัวไปได้เท่านั้น พึงหมั่นเร่งสร้างบุญสร้างกุศลและปฏิบัติธรรมเพื่อให้หลุดพ้น ถ้าทำได้เช่นนี้แล้วก็จะถือว่าเป็นยอดแห่งคนและธรรมนั้นจะเป็นเกราะคุ้มครอง ให้ผู้ปฏิบัติธรรมเสมอ

ผักมงคลสอนใจทั้ง 7 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นอิทธิพลความเชื่อมาจากชาวจีนเชื้อสายแต้จิ๋ว
เพราะเห็นได้จากชื่อของผักบางชนิดที่มีชื่อไปพ้องเสียงกับคำมงคลอีกคำหนึ่ง โดยถ้าเป็นภาษาจีนเชื้อสายอื่นแล้ว เขาอาจจะนำผักอื่นที่มีชื่อพ้องกับคำมงคลในภาษาเขามาใช้แทนก็ย่อมได้

อีกอย่างในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้น จะเห็นได้ว่าชาวจีนจะมักนิยมบริโภคเนื้อสัตว์และดื่มสุราเพื่อเป็นการเฉลิม ฉลองกันเป็นส่วนมาก การได้กินผักซึ่งมีกากใยและสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าไป ย่อมจะทำให้ดีต่อสุขภาพในการช่วยย่อยหรือล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย จึงเป็นกุศโลบายอีกอย่างหนึ่งของชาวจีน ที่นำมาเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาในช่วงวันที่ 7 ของเทศกาลตรุษจีนของทุกๆ ปี

ที่มา: https://pantip.com/topic/30148037

Post Navigation