หมอกาฬโรคหรือหมออีกาดำ (Plague Doctor) เป็นกลุ่มบุคคลที่สำคัญต่อยุโรปช่วงยุคกลางเป็นอย่างมาก ตั้งเเต่คริสต์ศตวรรษที่ 13-17 หมอกาฬโรคเป็นเเพทย์ที่คอยรักษาผู้ป่วยกาฬโรคโดยเฉพาะ จัดเป็นเเพทย์เฉพาะทางในสมัยนั้น พวกเขามักเป็นเเพทย์ที่จบใหม่หรือเเพทย์ที่ไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพสักเท่าไหร่ หมอกาฬโรคบางคนจึงมีประสบการณ์ด้านการเเพทย์น้อยมาก

อาชีพนี้มีลักษณะเป็นการว่าจ้างโดยชุมชน หากชุมชนใดมีกาฬโรคระบาดอยู่ก็จะมีการจ้างหมอกาฬโรคเพื่อรักษาคนในชุมชนนั้น โดยค่าจ้างของหมอกาฬโรคนั้นมีค่าสูงมากเนื่องจากในยุคนั้นเกิดกาฬโรคระบาดอย่างหนักเเละมีประชาชนเสียชีวิตจำนวนมากทำให้หมอกาฬโรคมีค่าจ้างที่สูงมาก ได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เเละได้รับการเคารพเป็นอย่างมาก จนเกิดการเรียกลักพาตัวหมอกาฬโรคเพื่อเรียกค่าไถ่ เช่น กรณีที่เมืองบาร์เซโลนามีการลักพาตัวหมอกาฬโรค2คนไปจากเมือง ทำให้ทางการยอมจ่ายค่าไถ่เพื่อให้ได้หมอกาฬโรคกลับมา (กาฬโรคระบาดในยุโรปหนักที่สุดช่วงปี ค.ศ.ที่ 1348-1350 ซึ่งคาดกันว่าทำให้ประชาชนในยุโรปร้อยละ 30-60 เสียชีวิตจากประชากรที่คาดว่ามีทั้งหมด 450 ล้านคน ส่งผลขนาดที่ทำให้หมู่บ้านต่างๆในชนบทกลายเป็นหมู่บ้านร้างได้ภายใน2ปี)

เเต่อาชีพหมอกาฬโรคนั้นเสี่ยงต่อชีวิตมากเพราะมีโอกาสติดกาฬโรคสูงเนื่องจากวิทยาการสมัยนั้นไม่ก้าวหน้าพอที่จะรักษากาฬโรคประกอบกับหมอกาฬโรคนั้นมีวิธีที่รักษาที่ขัดกับการเเพทย์ในยุคนั้น เเต่การรักษาของหมอกาฬโรคนั้นถือว่ามีความถูกต้องในระดับนึง พวกเขาเชื่อว่า กาฬโรคมีการติดต่อทางอากาศเเละการสัมผัส เเละ เชื่อว่าโรคนั้นเกิดจากการดูเเลสุขภิบาลในบ้านไม่ดีพวกเขาจึงเน้นให้ทำความสะอาดบ้านให้สะอาด ซึ่งตรงกับทฤษฎีการป้องกันโรคระบาดเเพทย์เเผนปัจจุบัน

เเต่หมอกาฬโรคก็ยังมีโอกาสติดโรคสูงมาก มีครั้งหนึ่งที่พระสันตะปาปา คลีเมนท์ที่6ได้ส่ง หมอกาฬโรค 6 คน ไปรักษาประชาชนที่เมือง Avignon เเละส่งไปที่ Venice ทั้งหมด 16 คนปรากฎว่า หมอกาฬโรคที่เมืองAvignonรอดกลับมาได้เเค่คนเดียว อีก5คนเสียชีวิต เเละ ที่เมืองVenice หายสาบสูญไป12คน(คาดว่าหลบหนี)เเละเสียชีวิต4คน

ต่อมาในปีค.ศ. 1619 ชาร์ล เดอ โลมคิดค้นชุดหมอกาฬโรคขึ้นโดยมีเสื้อคลุมยาวทำจากหนัวหนาเคลือบด้วยขี้ผึ้ง เเละมีหน้ากากมีจงอยเหมือนนก มีกระจกปิดตา ภายในจงอยใส่เครื่องหอมสมุนไพรต่างๆ เช่น กานพลู การบูร สาระเเหน่ ฯลฯ ซึ่งเชื่อกันว่ากลิ่นหอมของสมุนไพรช่วยป้องกันเชื้อกาฬโรคในอากาศได้ เเละมีไม้เท้ายาวไว้ใช้เพื่อวินิจฉัยเเละสัมผัสตัวผู้ป่วย ซึ่งเชื่อกันว่ากาฬโรคสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสได้อีกทางหนึ่ง ต่อมากาฬโรคจึงค่อยหยุดระบาด มีการระบาดอีกเป็นครั้งคราวในอีกหลายปีหลังจากการระบาดใหญ่หมดไป เเละระบาดครั้งสุดท้ายเมื่อศตวรรษที่ 19

ที่มา :http://www.tcdc.or.th/creativetha…/article/ClassicItem/21914

“Doctor of the black death”
http://doctorsreview.com/

ข้อมูลประกอบ
http://peopleoftherevolutionthailand.blogspot.com/…/plague-…

https://th.m.wikipedia.org/…/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0…

เรื่องอื่นๆ

Leave a Reply

Post Navigation