braving_the_night_rain_3_by_dannyst-d3g2fzc

“ร่ม” หรือที่เรียกว่า “Umbrella” มีรากศัพท์มาจากคำว่า ”Umbra”
ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า “บังแดด”
ร่มถือกำเนิดขึ้นในดินแดนเมโสโปเตเมีย ประมาณ 3,500 ปีมาแล้ว
ซึ่งดินแดนแถบนี้จะมีพื้นที่เป็นทะเลทรายเกือบทั้งหมด นานๆจะมีฝนตกลงมาสักที
ร่มจึงใช้ในการกันแดดมากกว่ากันฝน

จนเมื่อราว 1,200 ปีก่อนคริสต์กาล ในสังคมอียิปต์เชื่อกันว่า
ท้องฟ้าคือร่างกายของเทพธิดานามว่า “นัต” ซึ่งปกคลุมโลกดุจร่มอันมหึมา
มนุษย์จึงได้คิดสร้างร่มขึ้นไว้เป็นตัวแทนของเทพธิดานัต
เพื่อใช้ปกป้องคุ้มครองผู้ที่อยู่ใต้ร่มเงา ที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงศักดิ์ โดยเฉพาะกษัตริย์

ต่อมา ชาวกรีกได้รับเอาวัฒนธรรมการกางร่มมาจากอียิปต์
ในยุคแรกๆนั้นจะมีความเชื่อว่าผู้ที่จะกางร่มได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจเท่านั้น
แต่ระยะหลังความเชื่อนี้เริ่มจางลง ทำให้คนธรรมดาก็สามารถที่จะเดินกางร่มได้

แต่การกางร่มก็จำกัดอยู่เฉพาะในวงของสตรีเท่านั้น
ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการทำร่มส่วนใหญ่คือ กระดาษ
ต่อมาบรรดาผู้หญิงก็เริ่มที่จะเรียนรู้วิธีการทำร่มแบบใหม่ ที่นอกจากจะกันแดดได้แล้ว
ยังสามารถกันฝนได้ด้วย โดยการใช้น้ำมันทาลงบนร่มกระดาษให้ทั่ว ซึ่งร่มก็จะสามารถกันน้ำได้

จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผู้ที่กางร่มส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นผู้หญิง
เพราะเนื่องจากว่าผู้ชายกลัวที่จะโดนสบประมาทว่าอ่อนแอ จึงไม่ค่อยมีใครนิยมกางร่มเท่าใดนัก
จนในปี ค.ศ.1750 โจนาส แฮนเวย์ ชายชาวอังกฤษ เป็นชายคนแรกที่ลุกขึ้นมาพกร่ม
ท่ามกลางเสียงเย้ยหยันของคนรอบข้าง แต่เขาไม่สนใจ และยังยืนยันว่าจะพกร่มต่อไป

จนกระทั่งการพกร่มเป็นที่ยอมรับของคนอังกฤษ
ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม จนถึงทุกวันนี้

ที่มาhttp://www.oknation.net/blog/yokujung/2008/04/25/entry-1

เรื่องอื่นๆ

Leave a Reply

Post Navigation