l80f2

หากวันหนึ่ง คุณถูกคนรอบข้างเข้าใจว่าคุณเป็นคนบ้า และถูกส่งเข้าโรงพยาบาล คุณจะใช้เหตุผลใดเพื่อพิสูจน์ว่าคุณไม่ใช่คนบ้า? เพื่อที่จะออกจากโรงพยาบาลได้อย่างไรเร็ววัน?
เกรย์ เบเกอร์ นักข่าวชาวอังกฤษผู้ทำข่าวในอิตาลี่ ได้สัมภาษณ์คนที่เคยผ่านเหตุการณ์นั้นมา

เรื่องมีอยู่ว่า

เจ้าหน้าที่ขับรถส่งผู้ป่วยของโรงพยาบาลประสาท ได้รับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง 3 คนเพื่อนำคนไข้ไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลส่วนกลาง เขาแวะซื้อของที่หน้าร้านมินิมาร์ท เมื่อเขากลับมาที่รถ ปรากฏว่า คนไข้ทั้ง 3 คนได้อันตรธานหายไปจากรถหมดแล้ว ด้วยความกลัวว่าจะถูกไล่ออกจากงาน เขาจึงขับรถตู้ไปจอดที่ป้ายรถเมล์ จากนั้นก็ขึ้นป้ายบริการรับส่งฟรี เป็นเส้นทางที่ต้องผ่านโรงพยาบาทประสาทพอดี

ครู่ต่อมา ก็มีคนขึ้นรถของเขาประมาณ 5-6 คน เขาส่งผู้โดยสารลงในแต่ละจุด จนเหลือ 3 คนสุดท้ายดั่งที่เขาตั้งใจ และแล้วรถก็วิ่งมาถึงหน้าโรงพยาบาลพอดี

เขาตะโกนบอกผู้โดยสารว่า
“ขอแวะรับของแป๊บนะ”
จากนั้นก็วกรถเข้าไปในโรงพยาบาล เมื่อรถจอดเจ้าหน้าที่ก็พากันเข้ามารับคนไข้ทั้ง 3 คนตามที่ได้แจ้งไว้ ชายทั้ง 3 คนต่างก็งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ผมไม่ใช่คนบ้านะ มาจับผมทำไม? ไอ้คนขับรถมันไปรับผมมาจากป้ายรถเมล์ โน้นไปจับมันโน้น!”
อองรีพยายามอธิบาย

แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้รับมา ก็ตรงตามที่เห็นทุกอย่าง คือคนไข้ชาย 3 คน
เกรย์ ไม่ได้สนใจสาเหตุก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งเข้าไปในโรงพยาบาลประสาท แต่เกรย์สนใจว่าพวกเขาออกจากโรงพยาบาลประสาทได้อย่างไร?

เกรย์ : ตอนที่คุณถูกจับขังในโรงพยาบาล คุณคิดหาวิธีที่จะพาตัวเองออกมาจากโรงพยาบาลไหมครับ?
อองรี : โธ่คุณ คิดสิครับ ผมคิดหาทางจนหัวแทบระเบิด!

เกรย์ : แล้วคุณพิสูจน์ได้อย่างไรว่าคุณไม่ใช่คนบ้า?
อองรี : ผมบอกว่าโลกนี้กลม และโลกหมุนรอบตัวเอง ผมคิดว่าการพูดถึงหลักทฤษฏีเหล่านี้ได้ ก็มีแต่คนปกติเท่านั้น

เกรย์ : แล้วผลลัพธ์มันเป็นยังไงครับ?
อองรี : ตอนที่ผมพูดประโยคนี้เป็นครั้งที่ 14 ผมก็ถูกจับฉีดยาทันที แล้วคุณละครับ? เกรย์ถามลูอิส
ลูอิส : ผมกับอองรีได้รับความช่วยเหลือจากนิโคล่า เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ถูกปล่อยออกไป เขาก็เลยไปแจ้งตำรวจให้มาช่วยพวกเรา 2 คน!

เกรย์ : ก่อนที่คุณจะถูกช่วยออกมา คุณคิดจะพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่คนบ้าไหม?
ลูอิส : คิดสิครับ! ผมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าผมเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ผมรู้ว่าประธานาธิบดีของสหรัฐคือนายบิล คลีนตัน ส่วนประธานาธิบดีของอังกฤษคือนายโทนี่ แบลร์ แต่พอผมเอ่ยชื่อผู้นำประเทศแถบแปซิฟิกใต้ผมก็โดนฉีดยาเหมือนอองรี ผมจึงรู้ว่า ผมพิสูจน์ตัวเองอย่างนี้ไม่เป็นผลแน่!

เกรย์ : แล้วนิโคล่าทำยังไงจึงออกจากโรงพยาบาลแห่งนี้แล้วกลับมาช่วยพวกคุณ?
ลูอิส : พอเขาเข้าห้องมา เขาไม่พูดอะไรเลย ถึงเวลากินข้าวเขาก็กินข้าว ถึงเวลานอนเขาก็เข้านอน เจ้าหน้าที่บอกให้เขาทำอะไรเขาก็เชื่อฟังและทำตาม พอเจ้าหน้าที่ช่วยโกนหนวดให้เขา เขาก็โค้งคำนับและกล่าวคำว่า “ขอบคุณครับ” ในวันที่ 28 ของการอยู่ที่นั่น นิโคล่าก็ถูกปล่อยตัวออกจากโรงพยาบาล จากนั้นเขาก็พาตำรวจมาช่วยเราทั้ง 2 คน

เกรย์เขียนในสรุปรายงานของเขาว่า
“สำหรับคนปกติ การที่จะพิสูจน์ตนเองว่าเป็นคนปกตินั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก ก็คงเฉพาะคนที่ไม่ต้องการพิสูจน์ว่าตนเป็นคนปกติเท่านั้นที่อาจเรียกได้ว่าเป็นคนปกติ”
…………………………………………………………………………………..

สังคมของมนุษย์เราในยุคปัจจุบันนี้ มีคนจำนวนมากที่พยายามพิสูจน์ให้ผู้คนรับรู้ว่า “ฉันมีความเป็นคน”มากกว่าใครอื่น ไม่ว่าจะอวดอ้างว่าฉันมีเงินทองมากกว่าใคร ฉันมีความรู้กว่าใคร ฉันเก่งกว่าใคร ฉันเหนือกว่าใคร ฉัน.ฉัน.ฉัน.ฯลฯ คนเหล่านี้อาจถูกมองว่าเป็นคนบ้า เพียงแต่ตัวของเขาเองที่ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นบ้า!

ผมยังจำได้ว่าเคยอ่านบทความหนึ่งที่ผู้เขียนได้กล่าวสรุปไว้ว่า
“ไม่ต้องแก้ตัวให้ใครๆเข้าใจในตัวคุณ เพราะคนที่รักคุณเขาไม่ต้องการสิ่งนั้น ส่วนคนที่ไม่ชอบคุณต่อให้อธิบายเขาก็ไม่มีทางเชื่อ”

ที่มา: https://www.facebook.com/

เรื่องอื่นๆ

Leave a Reply

Post Navigation